งานหนักไม่เคยฆ่าใคร

29 Jun

พนักงานออฟฟิศท่านหนึ่ง เป็นชายอายุ 40 ปี เป็นผู้ใช้แรงงานทางความคิด ทำงานอยู่ไม่ไกลจากคลินิกของผม หน้าตาเศร้า ทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ได้เขียนในใบประวัติคนไข้ด้วยอาการหลายอย่างดังนี้

“ปวดหัว ชาหัว ชาหน้าและมือทั้ง 2 ข้าง หนักเบาสลับกันไป ไม่มีสมาธิ หงุดหงิด จำอะไรไม่ค่อยได้ นึกไม่ออก ขี้ลืมอย่างมาก มีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย อ่อนเพลียง่าย ไม่มีแรง นอนหลับไม่สนิท กลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ 2 ครั้ง ตื่นเช้าไม่เคยสดชื่น ไม่ค่อยมีความรู้สึกทางเพศ มีโรคปวดหลังอยู่เสมอ ปวดชาขาซ้ายลงไปที่ปลายเท้า ช่วงนี้ผมร่วงมาก ปวดหลังบริเวณเอวมา 3-4 ปี 2 ปีก่อนมีอาการปวดรุนแรงมาก”
หากใบเขียนประวัติของผมมีหลายบรรทัดมากกว่านี้ คนไข้ก็คงเขียนอาการได้มากกว่านี้อีกเป็นแน่ หาหมอมาหลายศาสตร์หลายแขนง จนเริ่มจะปลง
ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งหดหู่ตามไปด้วยนะครับ ชีวิตมันก็แบบนี้ ต้องลองเดินให้สุดทาง ลองเหนื่อยลองท้อแท้ดูบ้าง คนไข้ท่านนี้วิ่งขอร้องให้หมอช่วย ขอร้องให้คนอื่นๆ ช่วย แต่เขาลืมขอร้องให้ตัวเองช่วย ซึ่งผมคิดว่าเขาก็พอเข้าใจได้แล้ว ว่าที่มีอาการแบบนี้ก็เป็นเพราะพฤติกรรม หลังจากได้กรอกพฤติกรรมของตัวเองลงในใบประวัติคนไข้
พฤติกรรมสร้างโรคที่สร้างขึ้นด้วยตัวเอง นอนเที่ยงคืน-ตีหนึ่ง เนื่องจากเลิกงาน 2-3 ทุ่ม กว่าจะกลับถึงบ้านอาบน้ำ ดูทีวีจนง่วงหลับไป ตื่นนอนหกโมงเช้า กินอาหารเช้าแบบเร่งรีบด้วยขนมปังหรืออาหารที่ง่ายที่สุดกับกาแฟหนึ่งแก้ว แล้วรีบออกจากบ้านเพราะที่ทำงานไกล ตอนเที่ยงกินอาหารกับกาแฟอีกหนึ่งแก้ว ชอบดื่มน้ำเย็น ไม่ชอบผักและผลไม้ ออกกำลังกาย 2-4 วัน/เดือน
ถ้าตั้งสติสังเกตตัวเองสักหน่อย สำรวจดูพฤติกรรมส่วนมากของทุกวัน จะเห็นได้ว่าไม่มีสิ่งไหนเป็นการดูแลสุขภาพเลย ตั้งแต่ นอนดึก นอนน้อย เครียด ดื่มกาแฟ ไม่ออกกำลังกาย แล้วจะไม่ป่วยได้อย่างไร พฤติกรรมเช่นนี้ 1 วันร่างกายก็พอทนได้ 1 เดือนก็พอให้อภัย แต่มีพฤติกรรมแบบนี้มาหลายปีแล้ว จะให้ไม่ป่วยได้อย่างไรไหว
ร่างกายต้องโต้ตอบบ้าง ให้เราได้จัดการชีวิตเสียใหม่ แต่ไม่เคยฟังเสียงจากร่างกายตนเอง แถมยังต้องเสียเงินเสียเวลาให้คนอื่นมาช่วยฟังให้
พระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจ ๔ เรื่องของความทุกข์ และสอนมนุษย์อย่างเราๆ ไว้เมื่อ 2500 กว่าปีผ่านมาแล้ว ถ้าอยากจะดับทุกข์ก็ต้องรู้เหตุแห่งทุกข์ ถ้าไม่รู้เหตุก็ดับไม่ถูกที่
อาการที่คนไข้ท่านนี้เป็นอยู่ กินยาทายาอย่างไรก็ไม่มีทางหาย เพราะโรคที่เกิดขึ้นเกิดจากพฤติกรรม ต้นเหตุแห่งทุกข์ก็คือ พฤติกรรม ทำให้อวัยวะต่างๆ ทำงานหนักโดยเฉพาะ “ไต” ซึ่งทางการแพทย์จีนบอกไว้ว่า หากไตอ่อนแอ จะมีอาการคือ ตึงหลัง ปวดเอว  ปัสสาวะบ่อย ฝันบ่อย นอนหลับไม่สนิท ปวดเข่า อ่อนเพลียง่าย สมรรถภาพทางเพศถดถอยและผมร่วง

วิธีการแก้ไข ภาวะไตอ่อนแอ
1. ลดเนื้อสัตว์ เพราะสารพิษจากการย่อยสลายเนื้อสัตว์จะทำให้ไตทำงานหนัก
2. งดหรือลด กาแฟ เพราะไตและกระเพาะปัสสาวะต้องใช้เวลา 4 ชั่วโมง ในการขับคาเฟอีนในเลือดออก เสียทั้งน้ำในร่างกาย เสียทั้งเวลาขับของเสียอื่นๆ ออก
3. ลดความเครียดสะสม โดยแบ่งเวลาการทำงานให้ถูกต้อง หยุดทำงานตั้งแต่ 1 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน
4. ออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนในช่วงเวลาเช้า 10-15 นาที แกว่งแขนไปดูทีวี ฟังข่าว ฟังเพลงไปก็ได้
5. นอนก่อนห้าทุ่มเพื่อเก็บพลังงานหยาง (ร้อน) ไว้ใช้ในวันรุ่งขึ้น ตื่นขึ้นมาจะได้ไม่เพลีย
6. ดื่มน้ำบ่อยๆ ครั้งละน้อยๆ และดื่มน้ำเย็นให้น้อยที่สุด เพราะเลือดมีฤทธิ์เป็นหยิน (เย็น) อยู่แล้ว ใส่เข้าไปในร่างกายก็ขับออกหมด
“สติ” เป็นสิ่งวิเศษที่ได้มาพร้อมชีวิตของเรา ใช้พิจารณาดูการกระทำแยกผิดถูกได้โดยไม่ต้องจบปริญญา ท่านผู้อ่านที่มีอาการคล้ายๆ กับคนไข้ท่านนี้ ลองปฏิบัตินะครับ

ดิ อโรคยา คลินิกการแพทย์แผนไทย ให้การรักษาและบำบัดโรคโดยใช้หลักธรรมชาติบำบัด มีความเป็นเอกลักษณ์ของหลักการแพทย์ตะวันออก ทั้งหลักการแพทย์แผนไทย การแพทย์แผนจีน และอายุรเวทเป็นรากฐาน โทรศัพท์ 0 2358 0050)

ข้อมูลจาก http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/health/20110629/397907/งานหนักไม่เคยฆ่าใคร.html

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: