มาทำความรู้จัก กับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กันเถอะ

14 Mar

ธนารักษ์ ณ ราช 

หลายคนคงคุ้นเคยกับการอ้างประโยคยอดนิยมที่ว่า “ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด” ที่มักมีผู้กล่าวอ้างไปใช้กับการปฏิเสธข้อหาตามกฎหมายเสมอ ๆ ทั้งที่แท้จริงแล้ว การอ้างความไม่รู้หรืออ้างว่าไม่ทราบกฎหมายนั้นไม่อาจทำให้เราพ้นความรับผิดทางกฎหมายได้แต่อย่างใด เพราะหลักสากลอย่างหนึ่งของกฎหมายที่เหมือนกันทั่วโลกคือ เมื่อมีการประกาศใช้ใน ราชกิจจานุเบกษาแล้วย่อมถือว่าประชาชนทุกคนรับรู้โดยทั่วกันว่ามีกฎหมายนั้นๆใช้บังคับแล้ว

กฎหมายที่เราคุ้นเคยกันดีก็อย่างเช่นกฎหมายอาญาซึ่งโดยมากจะเป็นเรื่องของสามัญสำนึก ศีลธรรมหรือความถูกต้องเหมาะสม เช่น กฎหมายอาญาเรื่องการลักทรัพย์ ก็จะเขียนถึงเรื่องการไปหยิบฉวยเอาทรัพย์สินของคนอื่นมาใช้ประโยชน์ หรือเอามาเป็นของตนเอง ซึ่งสามัญสำนึกหรือจิตใจเราเองสามารถรับรู้ได้ว่า ผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม หรือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม หรือในกรณีของกฎหมายแพ่งก็เช่น การกู้ยืมเงินหรือการปฏิบัติตามสัญญาซึ่งก็เป็นไปตามหลักสามัญสำนึกทั่วไปว่า เมื่อเราไปยืมสินของหรือยืมเงินของคนอื่นมา เราก็จะต้องมีหน้าที่ในการส่งคืนซึ่งสิ่งของหรือเงินนั้นๆให้แก่เจ้าของนั่นเอง

ส่วนกฎหมายที่เราจะพูดถึงคือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์กฎหมายใหม่ที่ถูกเขียนขึ้นในปี 2550 เพื่อควบคุมพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศไปในทางที่ไม่เหมาะสม หรือการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์นั่นเองซึ่งหากเปรียบเทียบกับกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญาจะพบว่า ความรู้ความเข้าใจ และการนำพระราชบัญญัติดังกล่าวไปใช้ในสังคมยังถือว่าน้อยมาก แต่กระนั้นเราในฐานะผู้ใช้คอมพิวเตอร์ย่อมไม่อาจอ้างความรู้กฎหมายหรือพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อปฏิเสธความรับผิดได้อยู่ดี ขอนำเสนอตัวบทกฎหมายบางมาตราในพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และทำความเข้าใจก่อนที่จะต้องตกเป็นผู้ต้องหาหรือหากโชคร้ายอาจจะต้องติดคุกติดตะรางเลยทีเดียว มาตราที่สำคัญและควรเรียนรู้ไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นอาชญากรทางคอมพิวเตอร์มีตัวอย่างดังนี้

มาตรา 3

“ระบบคอมพิวเตอร์” หมายความว่า อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ของคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมการทำงานเข้าด้วยกัน โดยได้มีการกำหนดคำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใด และแนวทางปฏิบัติงานให้อุปกรณ์หรือชุดอุปกรณ์ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติ

“ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

“ผู้ให้บริการ” หมายความว่า (1) ผู้ให้บริการแก่บุคคลอื่นในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต หรือให้สามารถติดต่อถึงกันโดยประการอื่น โดยผ่านทางระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการในนามของตนเอง หรือในนามหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น (2) ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลคอมพิวเตอร์เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น “ผู้ใช้บริการ” หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ให้บริการไม่ว่าต้องเสียค่าใช้บริการหรือไม่ก็ตาม

มาตรา 5 ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 6 ผู้ใดล่วงรู้มาตรการป้องกันการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้อื่นจัดทำขึ้นเป็นการเฉพาะถ้านำมาตรการดังกล่าวไปเปิดเผยโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 7ผู้ใดเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 8 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดักรับไว้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นที่อยู่ระหว่างการส่งในระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมิได้มีไว้เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อให้บุคคลทั่วไปใช้ประโยชน์ได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 10 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดโดยมิชอบ เพื่อให้การทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นถูกระงับ ชะลอ ขัดขวาง หรือรบกวนจนไม่สามารถทำงานตามปกติได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 11 ผู้ใดส่งข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แก่บุคคลอื่นโดยปกปิดหรือปลอมแปลงแหล่งที่มาของการส่งข้อมูลดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

เจตนารมณ์ของกฎหมายทุกฉบับคือการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม และคอยเป็นกติการะหว่างสมาชิกร่วมสังคมเดียวกันและเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความสงบสุขในสังคมผู้ใช้คอมพิวเตอร์และสังคมออนไลน์ในยุคข้อมูลข่าวสาร สุดท้ายขอฝากเตือนไปยังผู้ใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตทุกท่านว่าทุกสังคมล้วนแล้วต้องการความสงบสุขสมาชิกในสังคมการเคารพในสิทธิของสมาชิกผู้อื่นตลอดจนการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์หากเราระมัดระวังและปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพียงเท่านี้เราก็สามารถหลีกเลี่ยงการตกเป็นอาชญากรคอมพิวเตอร์ได้อย่างรอดปลอดภัย

อ้างอิง บทบัญญํติกฎหมายจาก พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2551 เผยแพร่ครั้งแรกในราชกิจานุเบกษา

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: