พร่องเอนไซม์ จี6-พีดี

10 Nov

            ภาวะพร่องเอนไซม์ จี6-พีดี (G6-PD : Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase) หรือรู้จักกันในชื่อ โรคแพ้ถั่วปากอ้า (favism) นอกจากนี้ยังต้องหลีกเลี่ยงการกินยาบางกลุ่มด้วย เช่น ยากลุ่มแอสไพริน ยาต้านมาลาเรีย ยากลุ่มซัลฟา เป็นต้น

            ดังนั้น จึงไม่ควรซื้อยากินเอง และเมื่อไปพบแพทย์ก็ต้องบอกให้แพทย์ทราบด้วยว่ามีภาวะจี6-พีดี

            สำหรับเรื่องการกินแร่ธาตุและวิตามินเสริม ถ้ากินขนาดปกติในรูปวิตามินรวมไม่มีรายงานว่ามีปัญหาแต่อย่างใด อาจต้องระวังการกินวิตามินซี และวิตามินเคปริมาณที่สูง

            มีรายงานว่าพบเด็กอายุ 10 ขวบที่กินวิตามินซี 1,500 มิลลิกรัมและเกิดการแตกของเม็ดเลือดแดง

            สำหรับวิตามินเคมีรายงานว่าการให้วิตามินเคในรูปของวิตามินเค 3 (K3) ปริมาณสูงไม่สามารถช่วยเรื่องการแตกตัวของเม็ดเลือดในผู้ป่วยจี6-พีดีได้ แต่ไม่พบอันตรายจากการกินวิตามินเคในรูปของวิตามิน เค 1 (K1) ที่พบอยู่ในอาหารทั่วไปหรือที่มักใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

            โดยทั่วไปการกินอาหารที่ครบหมวดหมู่และหลากหลายในปริมาณที่พอเพียงกับความต้องการของร่างกายจะทำให้ได้สารอาหารต่างๆ พร้อมแร่ธาตุและวิตามินที่เพียงพออยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องกินวิตามินและแร่ธาตุเสริม แต่ถ้าไม่แน่ใจเรื่องการกินอาหารว่าจะพอเพียงหรือไม่ หรือต้องการจะกินวิตามินและแร่ธาตุเสริมจริงๆ สำหรับผู้ที่มีภาวะจี6-พีดี ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาก่อน หรือไม่ก็กินเสริมในปริมาณที่ไม่สูงมากโดยเริ่มทีละอย่างและสังเกตตนเองว่าไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ที่สำคัญอย่ากินเสริมพร้อมกันหลายเม็ดในครั้งเดียวกัน

ข้อมูลจาก ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ : พร่องเอนไซม์ จี6-พีดี : หมอชาวบ้าน หน้าที่ 62 ปีที่ 31 ฉบับที่ 367 พฤศจิกายน 2552

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: